ผัดวันประกันพรุ่ง หรือลงมือทำ
การผัดวันประกันพรุ่ง
การเลื่อนทำสิ่งต่าง ๆ ถ่วงเวลา
ผัดผ่อนสิ่งที่สามารถและจำเป็นต้องเสร็จภายในวันนี้ออกไปโดยไม่จำเป็นคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย
เช่น กว่า 70%
ของนักศึกษามหาวิทยาลัยให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นคนชอบผัดวันประกันพรุ่ง
ความเย้ายวนที่จะเลื่อนการทำสิ่งต่าง ๆ ออกไปเป็นเรื่องสูงมาก
การศึกษาค้นคว้าแสดงให้เห็นว่าคนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งจะมีระดับความเครียดสูง ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ นอนไม่ค่อยหลับ
และผลจากอาการที่ว่ามาจะทำให้มีระดับความสุขต่ำอย่างไม่น่าประหลาดใจ
โชคดีที่การค้นคว้าวิจัยยังบอกวิธีเอาชนะแนวโน้มอยากผัดวันประกันพรุ่งที่ได้ผลด้วย
เทคนิคสำคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียวเรียกว่า “ออกตัวภายใน 5 นาที” ซึ่งก็แค่เริ่มลงมือทำสิ่งคุณผัดผ่อนมาตลอด
ไม่ว่าจะไม่อยากทำแค่ไหนก็ตาม คนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง มักเชื่อว่าการกระทำสิ่งใดนั้น
เขาต้องอยากทำมันมากๆ ต้องมีอารมณ์อยากทำ หรือต้องรู้สึกเกิดแรงบันดาลใจ
แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะตามปกติ การจะทำงานใดให้เสร็จ
แค่เราเริ่มลงมือทำก็พอแล้วเพราะการกระทำแรกเริ่ม จะช่วยเริ่มต้นกระบวนการ
และมักจะส่งผลให้เกิดการกระทำอื่นๆ ต่อไป
เทคนิคการออกตัวใน 5 นาที ไม่ได้หมายความว่าการเริ่มต้นเป็นเรื่องง่าย จะต้องใช้ความพยายามเพื่อเริ่มลงมือทำงาน และบางครั้งช่วง 5 นาทีแรกก็เป็นไปอย่างขลุกขลัก เพราะวอกแวก ไม่ตั้งใจทำ
ไม่มีแรงกระตุ้นที่จะใส่พลังใจลงไปเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ แต่พอเครื่องติดแล้วก็จะทำงานได้อย่างลื่นไหล
การเอาชนะความผัดวันประกันพรุ่ง เมื่อต้องจัดการกับงานที่ไม่ค่อยสำคัญหรืองานที่ไม่น่าสนุก เช่น
การให้เกรดนักศึกษา และการจัดการเรื่องภาษี เป็นเรื่องยากแน่นอน
บางครั้งก็ต้องออกตัว 5
นาทีซ้ำอยู่สองสามเที่ยว และผลักดันตัวเองให้ผ่านช่วง 10-15 นาทีแรกโดยทุ่มเทในกับการ “ลงมือทำ”
ดังนั้น
หากมีปัญหาในการบังคับตนเอง ให้ออกกำลังกาย
แค่คุณตัดสินใจเลือกที่จะใส่รองเท้าวิ่งหรือเริ่มออกวิ่งก็พอแล้ว
เพราะบ่อยครั้งที่การกระทำดังกล่าวจะเสริมกำลังตัวมันเอง
หรือหากคุณมีโครงการที่ต้องทำให้เสร็จอย่ารอ “เวลาเหมาะ”
จงเลือกที่จะลงมือทำเดี๋ยวนี้
การกระทำเช่นนี้จะช่วยคุณได้อย่างดีในเรื่องใหญ่
ๆ จงมุ่งมั่นในวิสัยทัศน์และความฝันของคุณ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง
จงค้นหาวิธีที่จะเริ่มออกเดินไปสู่ชีวิตในแบบที่คุณต้องการเสียตั้งแต่ตอนนี้
“การเดินทางนับพันไมล์
เริ่มต้นด้วยก้าวแรก” เล่าจื้อ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น