วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

ตอบไม่ตรงคำถาม หรือถามไม่ตรงคำตอบ

ตอบไม่ตรงคำถาม หรือถามไม่ตรงคำตอบ



ปุจฉา “เอ๊ะ! ทำไมคะแนนสอบวิชานี้เราได้น้อยจัง”
วิสัชนา “ก็เพราะส่วนข้อสอบวิเคราะห์กรณีศึกษา คุณตอบแค่ทฤษฎี แต่ไม่มีการวิเคราะห์คะ”

จากประเด็นดังกล่าวผู้เขียนจึงได้ลองวิเคราะห์ โดยประยุกต์คำถามที่มักใช้กับการคิดวิเคราะห์ 5W 1H และเครื่องมือการเรียนรู้โดยใช้หัวข้อปัญหาเป็นฐาน Problem-Based Learning (FILA Template)

F - Facts

What & Who – นักศึกษาส่วนใหญ่สอบข้อสอบวิเคราะห์ได้คะแนนน้อย
Where – การเรียนระดับปริญญาตรี
When – การสอบกลางภาคที่ผ่านมา
Why – นักศึกษามีทักษะในการคิดวิเคราะห์น้อย การสอนไม่เน้นการวิเคราะห์ ความสามารถในการเชื่อมโยงทฤษฎีหรือความรู้ทั่วไปยังมีไม่มากพอ

I = Ideas

How –
1) เปลี่ยนวิธีการสอนของอาจารย์

2)เสริมทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนโดยเน้นผู้เรียนสำคัญ
L = Learning Issues

ศึกษาวิธีการสอนที่ช่วยเน้นการคิดวิเคราะห์

ศึกษาแนวทางการเรียนรู้ของคน Gen  Y

A = Action Plan

1) ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนร่วมกันระหว่างอาจารย์และนักศึกษา
2)สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างอาจารย์และนักศึกษา
3) เสริมทักษะการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยเชิญวิทยากรภายนอกมาบรรยาย และออกไปศึกษาดูงาน
4)การเรียนนักศึกษาสามารถสะท้อนความรู้ สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้


          จากการข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ามันเป็นงานใหญ่สำหรับอาจารย์กับนักศึกษาที่ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งความสามารถในการคิดวิเคราะห์เป็นผลที่เกิดจากการศึกษาและการฝึกฝน จนเป็นนิสัยและเป็นพลังทางใจ การคิดวิเคราะห์ไม่ได้แค่ช่วยให้ได้คะแนนสูงเพียงเท่านั้น แต่คุณจะกลายเป็นคนที่มีเหตุมีผล มีหลักการน่าเชื่อถือ เป็นกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาเรื่องที่คุณอยากรู้ และการคิดวิเคราะห์เป็นพื้นฐานนำไปสู่การคิดระดับสูง  เช่น
         การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking)
         การคิดเพื่อตัดสินใจ (Decision Making)
         การคิดแก้ปัญหา (Problem Soloing)
         การคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking)

          ถ้าคุณกำลังพยายามฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จในชีวิต ขอเป็นกำลังใจให้หมั่นฝึกฝนจนสำเร็จนะคะ

“อย่าบ่นว่าเหนื่อย ถ้าคุณยังไม่พยายามพอ อย่าบ่นว่าท้อ ถ้าคุณยังไม่เหนื่อยที่จะพยายาม” โดย นิรนาม

วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2557

ผัดวันประกันพรุ่ง หรือลงมือทำ




          การผัดวันประกันพรุ่ง การเลื่อนทำสิ่งต่าง ๆ ถ่วงเวลา ผัดผ่อนสิ่งที่สามารถและจำเป็นต้องเสร็จภายในวันนี้ออกไปโดยไม่จำเป็นคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เช่น กว่า 70% ของนักศึกษามหาวิทยาลัยให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นคนชอบผัดวันประกันพรุ่ง ความเย้ายวนที่จะเลื่อนการทำสิ่งต่าง ๆ ออกไปเป็นเรื่องสูงมาก การศึกษาค้นคว้าแสดงให้เห็นว่าคนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งจะมีระดับความเครียดสูง  ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ นอนไม่ค่อยหลับ และผลจากอาการที่ว่ามาจะทำให้มีระดับความสุขต่ำอย่างไม่น่าประหลาดใจ
          โชคดีที่การค้นคว้าวิจัยยังบอกวิธีเอาชนะแนวโน้มอยากผัดวันประกันพรุ่งที่ได้ผลด้วย เทคนิคสำคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียวเรียกว่า ออกตัวภายใน 5 นาทีซึ่งก็แค่เริ่มลงมือทำสิ่งคุณผัดผ่อนมาตลอด ไม่ว่าจะไม่อยากทำแค่ไหนก็ตาม คนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง มักเชื่อว่าการกระทำสิ่งใดนั้น เขาต้องอยากทำมันมากๆ ต้องมีอารมณ์อยากทำ หรือต้องรู้สึกเกิดแรงบันดาลใจ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะตามปกติ การจะทำงานใดให้เสร็จ แค่เราเริ่มลงมือทำก็พอแล้วเพราะการกระทำแรกเริ่ม จะช่วยเริ่มต้นกระบวนการ และมักจะส่งผลให้เกิดการกระทำอื่นๆ ต่อไป
          เทคนิคการออกตัวใน 5 นาที ไม่ได้หมายความว่าการเริ่มต้นเป็นเรื่องง่าย จะต้องใช้ความพยายามเพื่อเริ่มลงมือทำงาน และบางครั้งช่วง 5 นาทีแรกก็เป็นไปอย่างขลุกขลัก เพราะวอกแวก ไม่ตั้งใจทำ ไม่มีแรงกระตุ้นที่จะใส่พลังใจลงไปเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ แต่พอเครื่องติดแล้วก็จะทำงานได้อย่างลื่นไหล
          การเอาชนะความผัดวันประกันพรุ่ง เมื่อต้องจัดการกับงานที่ไม่ค่อยสำคัญหรืองานที่ไม่น่าสนุก เช่น การให้เกรดนักศึกษา และการจัดการเรื่องภาษี เป็นเรื่องยากแน่นอน บางครั้งก็ต้องออกตัว 5 นาทีซ้ำอยู่สองสามเที่ยว และผลักดันตัวเองให้ผ่านช่วง 10-15 นาทีแรกโดยทุ่มเทในกับการ ลงมือทำ
          ดังนั้น หากมีปัญหาในการบังคับตนเอง ให้ออกกำลังกาย แค่คุณตัดสินใจเลือกที่จะใส่รองเท้าวิ่งหรือเริ่มออกวิ่งก็พอแล้ว เพราะบ่อยครั้งที่การกระทำดังกล่าวจะเสริมกำลังตัวมันเอง หรือหากคุณมีโครงการที่ต้องทำให้เสร็จอย่ารอ เวลาเหมาะจงเลือกที่จะลงมือทำเดี๋ยวนี้
          การกระทำเช่นนี้จะช่วยคุณได้อย่างดีในเรื่องใหญ่ ๆ จงมุ่งมั่นในวิสัยทัศน์และความฝันของคุณ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง จงค้นหาวิธีที่จะเริ่มออกเดินไปสู่ชีวิตในแบบที่คุณต้องการเสียตั้งแต่ตอนนี้


การเดินทางนับพันไมล์ เริ่มต้นด้วยก้าวแรก เล่าจื้อ